อยากมี”สระว่ายน้ำ”ต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง [Part2/2]

  • งานระบบของสระว่ายน้ำ

    สระว่ายน้ำที่สวยงามนอกจากเป็นเพราะดีไซน์ของสระว่ายน้ำตลอดจนการตบแต่งและบรรยากาศโดยรอบแล้ว น้ำในสระที่ใสสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกยังเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้สระว่ายน้ำนั้นสวยงามอีกด้วย แต่กว่าจะได้น้ำสีฟ้าใสอย่างที่เห็นกัน คุณก็จำเป็นจะต้องมีระบบหมุนเวียนน้ำและระบบบำบัดน้ำเพื่อช่วยใหน้ำในสระว่ายน้ำสะอาดได้ตามต้องการ

ระบบ Skimmer และระบบ Overflow

    ระบบหมุนเวียนน้ำ ที่นิยมใช้มีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบ Skimmer และระบบ Overflow ซึ่งทั้ง 2 แบบมีลักษณะดังต่อไปนี้

 

ระบบ Skimmer

ระบบ Overflow

ขั้นตอนการทำงาน

กรองน้ำจากเครื่องกรองสำเร็จรูปไม่ต้องเดินท่อ

ต้องเดินท่อเพื่อส่งน้ำไปยังถังพักน้ำก่อนส่งไปยังเครื่องกรองน้ำ

เหมาะกับสระแบบไหน

เหมาะกับสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ประมาณ 6 × 12 เมตร

เหมาะกับสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่และมีพื้นที่สำหรับวางห้องเครื่อง

การเตรียมพื้นที่

เครื่องกรองมีขนาดเล็กและติดตั้งได้ง่ายที่บริเวณขอบสระ

ต้องมีพื้นที่สำหรับห้องเครื่องและถังพักน้ำ ห้องเครื่องอาจจะอยู่บนดินหรือใต้ดินก็ได้

งบประมาณ

(ในพื้นที่เท่ากัน)

ระบบ Overflow จะแพงกว่า ระบบ Skimmer อยู่ประมาณ 15 – 20 %

     นอกจากระบบหมุนเวียนน้ำทั้ง 2 แบบนี้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของลักษณะการทำงานแล้ว ระบบ Overflow นั้นจะทำให้ระดับน้ำในสระอยู่ระดับเดียวกับพื้นที่รอบๆสระ ผิวน้ำจึงดูเรียบ สวยงามแต่ใช้น้ำมาก มีชื่อเรียกรู้จักกันอย่างแพร่หลาย เช่น Endless Pool , Edgeless Pool เป็นต้น ส่วนระบบ Skimmer ระดับน้ำในสระจะอยู่ต่ำกว่าขอบสระประมาณ 10 -15 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำผ่านเข้าไปในเครื่องกรองโดยตรงจึงประหยัดน้ำมากกว่า

การเลือกเครื่องกรองให้เหมาะกับการใช้งาน
  • การเลือกเครื่องกรองน้ำ

    อุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยหมุนเวียนน้ำในสระให้สะอาดอยู่เสมอก็คือ เครื่องกรองน้ำ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเลือกเครื่องกรองน้ำให้เหมาะกับการใช้งาน โดยเครื่องกรองน้ำที่ใช้กับสระว่ายน้ำในบ้านแบ่งได้เป็น เครื่องกรองผ้า , เครื่องกรองทราย และเครื่องกรองใยสังเคราะห์

เครื่องกรองผ้า หรือ DE Filter

     ปัจจุบันเป็นระบบกรองที่กรองน้ำได้สะอาดที่สุด โดยทำงานร่วมกับผงกรอง ผงกรองจะเป็นตัวจับสิ่งสกปรกในน้ำ จึงสามารถกรองสิ่งสกปรกขนาดเล็กได้ถึง 1 ไมครอน ให้คุณภาพน้ำแบบใสเงา (Crystal Clear) แต่ก็มีราคาสูงกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนในระยะยาว เพราะต้องเติมผงกรองทุกครั้งที่ล้างเครื่อง

เครื่องกรองทราย หรือ Sand Filter

    ใช้เม็ดทรายเป็นตัวกรองสิ่งสกปรกจึงกรองสิ่งสกปรก ที่มีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 40 ไมครอนขึ้นไป ซึ่งกรองได้หยาบกว่าถึง 40 เท่า แต่แม้ว่าการกรองจะละเอียดน้อยกว่าแต่ถ้าผู้ใช้งานมีความชำนาญเครื่องกรองทรายก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะมีราคาถูก และไม่ต้องเติมผงกรอง แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในระยะยาวจากการใช้งานที่ไม่ชำนาญได้

เครื่องกรองใยสังเคราะห์ หรือ Cartridge Filter

     เป็นเครื่องกรองชนิดใช้ไส้กรอง โดยไส้กรองผลิตขึ้นจากใยสังเคราะห์ สามารถกรองได้ละเอียดถึง 10 ไมครอน ซึ่งละเอียดกว่าเครื่องกรองทราย อีกทั้งมีขนาดเล็กติดตั้งสะดวกใช้พื้นที่น้อย แต่ต้องหมั่นถอดไส้กรองออกมาล้างทำความสะอาดเพราะสิ่งสกปรกจะอุดตันอยู่ภายในเครื่องทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลงได้

ระบบคลอรีน และระบบเกลือ
  • ระบบบำบัดน้ำ

   ระบบบำบัดน้ำของสระว่ายน้ำในปัจจุบันมีอยู่ 2 ระบบหลักที่นิยมใช้งาน ลองพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้ระบบบำบัดน้ำระบบใดกับสระว่ายน้ำของคุณ

 

ระบบคลอรีน

ระบบเกลือ

ผลต่อสุขภาพ

หากว่ายน้ำนานๆ จะทำให้เส้นผมและผิวหนังแห้งกร้านหากคนที่แพ้คลอรีนลงไปว่ายน้ำอาจรู้สึกแสบที่บริเวณผิวหนัง

เป็นธรรมชาติที่สุดเพราะใช้น้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวหนัง

การติดตั้งระบบ

ไม่ต้องติดตั้งระบบ เพราะใช้คลอรีนที่มีลักษณะเป็นเม็ดผงหรือของเหลว

ต้องติดตั้งเครื่องฟอกน้ำ

บรรจุเกลือ (Salt-Chlorinator)

การดูแลรักษาน้ำในสระ

ต้องวัดค่า pH ของน้ำในสระซึ่งควรอยู่ที่ประมาณ 7.2 – 7.8 ถ้าต่ำกว่านี้ต้องเติมกรดลงไปเพื่อปรับค่า pH ให้

มีระบบ Automatic pH Control

เพื่อควบคุมค่า pH ระบบนี้จะปรับเติมกรดหรือด่างอัตโนมัติเมื่อค่า pH สูงขึ้นหรือต่ำลง

งบประมาณ

ไม่มีค่าติดตั้งระบบ แต่มีค่าใช้จ่ายในการเติมคลอรีน

ค่าติดตั้งอยู่ในระดับหลักหมื่นขึ้นอยู่กับขนาดของสระว่ายน้ำและมีค่าใช้จ่ายในการเติมเกลือเมื่อทำการล้างเครื่องกรอง

ระยะเวลา

ในการฆ่าเชื้อโรค

1 เดือน

1 เดือน

  • ระบบแสงสว่าง

    แสงสว่างในสระว่ายน้ำแบ่งได้ตามลักษณะการใช้งาน โดยมีทั้งแสงสว่างเพื่อการมองเห็นในเวลากลางคืน และแสงสว่างเพื่อการตกแต่งสร้างบรรยากาศ โดยทั่วไปนิยมใช้หลอดไฟฮาโลเจนขนาด 100–300 วัตต์ 12 โวลต์ หรือไฟใต้น้ำชนิด LED ที่ใช้พลังงานน้อยกว่าและสามารถเลือกสีของแสงได้อย่างหลากหลาย การติดตั้งมักอยู่บริเวณรอบผนังสระ เพื่อให้แสงกระจายทั่วถึง ช่วยเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความสวยงามให้สระว่ายน้ำในช่วงเวลากลางคืนได้อย่างลงตัว

แสงสว่างในสระว่ายน้ำสามารถแบ่งตามวัตถุประสงค์การใช้งานได้ดังนี้

1. แสงสว่างเพื่อการมองเห็นในเวลากลางคืน

   เป็นแสงสว่างที่ช่วยให้สามารถมองเห็นและใช้งานสระได้อย่างปลอดภัยในช่วงกลางคืน โดยนิยมใช้หลอดไฟฮาโลเจนขนาด 100–300 วัตต์ 12 โวลต์ หรือไฟใต้น้ำชนิด LED ซึ่งใช้พลังงานน้อยกว่าและสามารถเลือกสีของแสงได้หลากหลาย ตำแหน่งติดตั้งมักอยู่บริเวณรอบผนังสระ เพื่อให้แสงกระจายทั่วถึงและครอบคลุมพื้นที่การใช้งาน

2. แสงสว่างเพื่อการตกแต่ง

   นอกจากการใช้งานเพื่อความปลอดภัยแล้ว ระบบแสงสว่างยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศให้กับสระว่ายน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แสงไฟสามารถช่วยเพิ่มความโดดเด่น ความสวยงาม และทำให้พื้นที่รอบสระดูน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น

 

  • งานตกแต่งพื้น-ผนังสระว่ายน้ำ

    วัสดุที่ทั่วไปรู้จักกันมาช้านาน นำมาใช้ในการตกแต่งสระว่ายน้ำก็คือ กระเบื้องเซรามิกและกระเบื้องดินเผาเคลือบ ซึ่งมักจะมีขนาดตั้งแต่ 1 นิ้ว ที่เรียกว่ากระเบื้องดินโมเสกไปจนถึงขนาด 4 นิ้ว เนื่องจากเป็นวัสดุที่มีความทนทาน มีรูปแบบและสีสันให้เลือกหลากหลาย สามารถออกแบบลายกระเบื้องในสระว่ายน้ำเป็นรูปภาพหรือลวดลายกราฟิกต่างๆ ได้ง่าย สามารถดูแลรักษาได้ง่ายเพราะเป็นวัสดุที่คนทั่วไปรู้จักกันดี แต่แน่นอนเมื่อมีข้อดีย่อมมีข้อเสีย กระเบื้องสามารถแตกร้าวด้วยสาเหตุต่างๆได้ และยาแนวที่ไม่เรียบเนียนหรือแตกร้าว ที่ใช้ในการยาร่องกระเบื้อง ปัญจัยเหล่านี้อาจทำให้คุณหรือครอบครัวบาดเจ็บได้ง่าย

นอกจากการใช้กระเบื้องแล้ว ยังมีวัสดุอีกชนิดที่สามารถใช้ตกแต่งผิวสระว่ายน้ำได้ นั่นคือ

    ไวนิลไลเนอร์ Vinyl Liner หรือ PVC Liner ซึ่งทำจากโพลีเมอร์ที่ผลิตมาเพื่อติดตั้งภายในสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ สามารถติดตั้งได้รวดเร็ว มีรอยต่อน้อย อายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี ข้อดี ของไวนิลไลเนอร์นี้คือ ประหยัดเวลาในการติดตั้ง มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย สามารถเพิ่มลวดลาย หรือโลโก้ เพิ่มลงไปได้ ที่สำคัญพื้นผิวยืดหยุ่น ปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน ทั้งเด็ก ผู้สูงวัย และสัตว์เลี้ยง การซ่อมแซมแก้ไขกรณีมีรอยรั่วทำได้ง่าย สามารถซ่อมใต้น้ำได้เลยทันทีโดยไม่ต้องลดน้ำหรือนำน้ำออก ข้อเสีย หากนำมีดหรือของมีคมลงเล่นในสระอาจทำให้ไวนิลไลเนอร์ฉีกขาดได้

  • การตกแต่งพื้นที่รอบสระว่ายน้ำ

    ปฏิเสธไม่ได้ว่า นอกเหนือไปจากตัวสระว่ายน้ำที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นและผ่อนคลายให้กับบ้านแล้ว ยังมีอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมสระว่ายน้ำให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ การตกแต่งบรรยากาศโดยรอบพื้นที่ของสระว่ายน้ำ โดยจะขอแบ่งเป็นหัวข้อเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ดังนี้

  • ต้นไม้

    ช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณรอบสระว่ายน้ำ แต่ควรเลือกไม้ที่มีใบขนาดใหญ่และร่วงน้อย ทั้งไม้ต้น ไม้พุ่ม และไม้คลุมดิน เพื่อสะดวกในการดูแลรักษา เช่น ต้นไม้ตระกูลปาล์ม ลีลาวดี นอกจากนี้การเลือกต้นไม้ที่มีความแตกต่างกันยังช่วยส่งเสริมสระว่ายน้ำให้มีความน่าสนใจมากขึ้นอีกด้วย

  • เฟอร์นิเจอร์

    เมื่อมีสระว่ายน้ำ การใช้งานพื้นที่นอกบ้านก็จะมีมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีเฟอร์นิเจอร์สนามที่ทนต่อแดดและฝน อาจเป็นชุดโต๊ะ-เก้าอี้แบบเรียบๆ เพื่อให้ดูผ่อนคลาย หรือเก้าอี้สนามที่ปรับเอนนอนได้แต่เน้นที่วัสดุไม้และสเตนเลสจะดีที่สุด

  • วัสดุตกแต่งรอบสระว่ายน้ำ

    บริเวณรอบๆ สระว่ายน้ำเป็นพื้นที่ที่คุณจะต้องออกมาใช้งานการเลือกวัสดุปูพื้นจำเป็นต้องระวังเรื่องความลื่นเป็นพิเศษจึงต้องเลือกใช้วัสดุที่ไม่ลื่นเมื่อเปียก อาทิ หินกาบ พื้นทรายล้าง พื้นคลอกรีตซีเมนต์ขัดหยาบ กระเบื้องผิวหยาบ รวมไปถึงพื้นไม้นอกจากพื้นแล้ว ผนังก็เป็นอีกจุดที่สามารถเพิ่มลูกเล่นที่น่าสนใจให้กลับสระว่ายน้ำได้ ด้วยการใช้วัสดุตกแต่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นงานหล่อหินทรายนูนต่ำรูปดอกไม้ ผนังปูนฉาบแต่งผิวสีที่มีลวดลายบนพื้นผิวต่างๆ และหินธรรมชาติ ซึ่งผนังแต่ละประเภทก็จะทำให้สระว่ายน้ำมีบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป

    • การดูแลรักษาสระว่ายน้ำอย่างถูกวิธี

    การดูแลสระว่ายน้ำไม่ใช่เรื่องยาก หากทำอย่างสม่ำเสมอ

    • ใช้กระชอนช้อนใบไม้เป็นประจำ

    • ขัดคราบตะไคร่ด้วยแปรงขัดสระ

    • ดูดตะกอนและสิ่งสกปรกออกจากสระ

    • ทำความสะอาดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง

    • ตรวจสอบค่าความเป็นกรด–ด่าง (pH) อย่างสม่ำเสมอ

    นอกจากนี้ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจเช็คระบบสระว่ายน้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ทุกส่วนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

FAQ : การเริ่มมีสระว่ายน้ำ

  • ระบบสระว่ายน้ำแบ่งตามระบบกรองและการดูแลน้ำเป็นหลัก เช่น ระบบกรองทราย (Sand), ระบบกรอง D.E., และระบบกรองไส้กรอง (Cartridge) ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและเหมาะกับขนาดสระและงบประมาณที่ต่างกัน

  • เลือกให้เหมาะกับงบประมาณ ขนาดสระ และวิธีใช้งาน หากต้องการดูแลง่ายและต้นทุนดูแลระยะยาวต่ำ ระบบกรองทรายหรือระบบเกลือเป็นตัวเลือกที่นิยม

  • ต้องมีครับ เพราะน้ำที่ล้นออกจากขอบสระจะไหลไปเก็บที่ถังพักน้ำ ก่อนหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบกรอง

  • โครงสร้างไม่ซับซ้อน ใช้งบประมาณต่ำกว่า ติดตั้งง่าย และค่าบำรุงรักษาไม่สูง เหมาะกับสระบ้านพักอาศัยทั่วไป

  • เพราะระบบน้ำล้นต้องมีรางน้ำล้นรอบสระ ถังพักน้ำ (Surge Tank) และงานโครงสร้างที่ละเอียดกว่า จึงมีต้นทุนวัสดุ ค่าแรง และงานระบบสูงกว่าระบบสกิมเมอร์

Post Views: 922