ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว เพราะอะไร?

     หลายคนประสบปัญหา “ใส่คลอรีนแล้ว แต่น้ำยังคงมีสีเขียว” ทั้งที่เข้าใจว่าการเติมคลอรีนจะช่วยให้น้ำใสได้ทันที อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน หากแก้ไขไม่ตรงจุด แม้จะเพิ่มปริมาณคลอรีนก็อาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้

บทความนี้อธิบายสาเหตุหลักที่พบบ่อย พร้อมแนวทางแก้ไขอย่างถูกต้อง


สาเหตุที่ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว

1. ปริมาณคลอรีนไม่เพียงพอ 

       แม้จะมีการเติมคลอรีนลงในสระ แต่หากปริมาณไม่เพียงพอต่อการกำจัดเชื้อโรคและสาหร่าย น้ำก็ยังคงมีสีเขียวอยู่ โดยเฉพาะในกรณีที่สระมีสิ่งสกปรกสะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้คลอรีนถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว

     ปัจจัยที่ทำให้คลอรีนไม่เพียงพอ ได้แก่ การเติมในปริมาณน้อยเกินไป สภาพน้ำมีสิ่งปนเปื้อนสูง หรือคลอรีนเสื่อมคุณภาพจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม

ลักษณะที่พบ

  • น้ำมีสีเขียวหรือเขียวขุ่น
  • กลิ่นคลอรีนชัดเจนแต่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพน้ำได้
  • น้ำไม่ใสแม้เพิ่งเติมคลอรีน

แนวทางแก้ไข

  • ตรวจวัดค่า Chlorine ให้ได้ประมาณ 1–3 ppm
  • ในกรณีน้ำเขียว ควรเติมคลอรีนในรูปแบบช็อค (Shock Chlorine)

 2. ค่า pH ไม่สมดุล ทำให้คลอรีนทำงานไม่ได้เต็มที่

   ค่า pH มีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของคลอรีน หากค่า pH สูงเกินไป คลอรีนจะทำงานได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเติมในปริมาณที่เพียงพอก็ตาม

     โดยทั่วไป ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับสระว่ายน้ำควรอยู่ระหว่าง 7.2–7.6

ลักษณะที่พบ

  • เติมคลอรีนแล้วน้ำไม่ใส
  • น้ำมีแนวโน้มขุ่นหรือเขียว
  • ผู้ใช้งานรู้สึกระคายเคืองดวงตาและผิวหนัง

แนวทางแก้ไข

  • ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วง 7.2–7.6 ก่อน
  • จากนั้นจึงเติมคลอรีนเพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

3. มีสาหร่ายสะสมในสระในปริมาณมาก

    หากมีการสะสมของสาหร่ายตามผนังหรือพื้นสระจำนวนมาก การเติมคลอรีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดได้ทั้งหมด เนื่องจากสาหร่ายบางส่วนเกาะแน่นและป้องกันตัวเองจากสารเคมี

ลักษณะที่พบ

  • ผนังหรือพื้นสระมีความลื่น
  • มีคราบสีเขียวเกาะตามพื้นผิวสระ
  • น้ำมีสีเขียวเข้ม

แนวทางแก้ไข

  • ทำความสะอาดโดยการใช้แปรงขัดผนังและพื้นสระ
  • ดูดตะกอนออกจากสระ
  • เติมคลอรีนเพื่อกำจัดสาหร่ายที่หลงเหลือ

4. ระบบกรองทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ

    แม้ว่าคลอรีนจะสามารถฆ่าสาหร่ายและตะไคร่ได้ แต่หากไม่มีการกรองเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำ น้ำก็ยังคงมีลักษณะเขียวหรือขุ่นอยู่ เนื่องจากซากสาหร่ายและตะไคร่ และสิ่งสกปรกยังคงแขวนลอยอยู่ในน้ำ

    ปัญหานี้มักเกิดจากการเปิดระบบกรองไม่เพียงพอ วัสดุกรองอุดตัน หรือระบบหมุนเวียนน้ำทำงานไม่ทั่วถึง

ลักษณะที่พบ

  • น้ำยังคงขุ่นหรือเขียวแม้เติมคลอรีนแล้ว
  • แรงน้ำหมุนเวียนลดลง
  • ค่าแรงดันในระบบกรองสูงผิดปกติ

แนวทางแก้ไข

  • เปิดระบบกรองอย่างน้อย 8–12 ชั่วโมงต่อวัน
  • ล้างระบบกรอง (Backwash)
  • ตรวจสอบปั๊มและระบบหมุนเวียนน้ำให้ทำงานปกติ

5. สีเขียวเกิดจากโลหะในน้ำ (ไม่ใช่ตะไคร่,สาหร่าย)

   ในบางกรณี น้ำที่มีสีเขียวอาจไม่ได้เกิดจากสาหร่าย แต่เกิดจากโลหะ เช่น เหล็กหรือทองแดงที่ละลายอยู่ในน้ำ เมื่อทำปฏิกิริยากับคลอรีนจะทำให้เกิดสีเขียว โดยมักพบในน้ำที่มาจากแหล่งธรรมชาติหรือน้ำบาดาล

ลักษณะที่พบ

  • น้ำมีสีเขียวแต่ยังคงความใส
  • ไม่มีตะกอนลอย หรือคราบสาหร่าย
  • พื้นผิวสระไม่ลื่น

แนวทางแก้ไข

  • ใช้สารจับโลหะเพื่อกำจัดโลหะที่ละลายในน้ำ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ Metal Clear ช่วยลดปริมาณโลหะ เช่น เหล็กและทองแดง พร้อมช่วยป้องกันการเกิดคราบและสีผิดปกติของน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการเติมคลอรีนเพิ่มโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจทำให้สีเข้มขึ้น

   การเติมคลอรีนแล้วน้ำยังคงมีสีเขียว มักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ปริมาณคลอรีนไม่เพียงพอ ค่า pH ไม่เหมาะสม การสะสมของสาหร่าย , ตะไคร่ ระบบกรองทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ หรือมีโลหะปนเปื้อนในน้ำ ดังนั้นการแก้ไขควรพิจารณาสภาพน้ำและระบบโดยรวม เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

METAL CLEAR

ผลิตภัณฑ์สำหรับช่วยลดคอปเปอร์และโลหะที่ละลายในน้ำสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำเปลี่ยนสีและคราบโลหะบนผิวสระ

CLOUDY CLEAN

น้ำยาแก้น้ำขุ่นขาว ช่วยให้ตกตะกอนได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 1-3 ชั่วโมง โดยไม่ทำให้ค่า PH เปลี่ยนแปลง

เคมีภัณฑ์

หน้ารวมสารเคมีสำหรับสระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นคลอรีน น้ำยาปรับสภาพน้ำ และเกลือสำหรับสระว่ายน้ำ

FAQ : ใส่คลอลีนแล้วน้ำยังเขียว

  • มักเกิดจากโลหะ เช่น เหล็กหรือทองแดงที่ละลายในน้ำ ไม่ใช่สาหร่าย
  • โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็น สามารถแก้ไขด้วยการปรับสมดุลน้ำและระบบกรอง ยกเว้นกรณีปนเปื้อนรุนแรง
  • คลอรีนผงเหมาะสำหรับแก้น้ำเขียว เพราะละลายเร็วและออกฤทธิ์ไว ส่วนคลอรีนก้อนเหมาะสำหรับการรักษาคุณภาพน้ำในระยะยาว
Post Views: 175